ทัวร์ยกทีม ณ เมืองกาญจน์ และหัวหิน (15-18 ธันวาคม 2554)


สวัสดีค่ะ วันนี้อุ๊ก็มีเรื่องราวประสบการณ์ท่องเที่ยวมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นตอน ทัวร์ยกทีมสู่เมืองกาญจน์ โดยทีมงาน สจจ.ภูเก็ต ไปกันประมาณ 50 คน เป็นการเดินทางที่สนุกสนานเลยทีเดียว ด้วยลูกทัวร์เยอะขนาดนี้ เราจึงเหมารถทัวร์ไป ออกเดินทางจากภูเก็ต 16.30 น. วันที่ 15 ธันวาคม 2554 เดินทางถึง จ.กาญจนบุรี ประมาณ 6 โมงเช้าวันที่ 16 ธันวาคม 2554  เราแวะอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า รับประทานอาหารเช้ากันที่โรงแรมเฟลิก ริเวอร์แคว รีสอร์ท เสร็จแล้วเราก็เดินเที่ยวชมสะพานข้ามแม่น้ำแควซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับโรงแรมนี้ นั่นเอง ถ่ายรูปเสร็จ เราก็ไปช้อปกันที่ร้านพลอยณัฐชา อยากจะบอกว่าพลอยเมืองกาญจน์ สวยจริงๆ แต่ไม่ได้ซื้อ 555..

 

หลังจากช้อปปิ้งกันเสร็จแล้ว เราก็เริ่มหิวแล้วละค่ะ เดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันที่ครัวชุกโดน ซึ่งใกล้ๆ กับท่าน้ำชุกโดน เป็นร้านอาหารริมน้ำ เห็นวิวภูเขาสวยงาม อาหารก็รสชาติแบภาคกลาง ไม่จัดจ้าน รับประทานอาหารเสร็จแล้ว เราก็เดินทางไปยังที่พักของเราคืนนี้คือ แพเก็บตะวัน แพเก็บตะวัน ตั้งอยู่ ในเขื่อนศรีนครินทร์ ท่าเรือบ้านท่ากระดาน ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี การเดินทางก็ใช้เวลาพอสมควร ต้องขับรถข้ามเขา ค่อนข้างชัน ด้วยความระมัดระวัง รถจึงขับช้ามากจึงใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนาน แต่ก็คุ้มค่า เพราะพอมาถึงที่นี่ ว้าว…บรรยากาศดีมาก วิวสวยงามรายล้อมไปด้วยภูเขาเขียวขจี และสายน้ำกว้างใกญ่สุดลูกหูลูกตา สวยงามไม่แพ้ต่างประเทศจริงๆ ที่สำคัญเป็นการพักผ่อนท่องเที่ยวที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เค้าจะลากแพซึ่งผูกติดกันประมาณ 5-6 หลัง ไปกลางน้ำ ที่นี่มีไฟฟ้าใช้ คาราโอเกะ ทำอาหาร ปิ้งย่างกัน  และที่น่าสนุกคือ เราอาบน้ำในเขื่อน เน้นบรรยากาศลูกทุ่ง ใส่ผ้าถุง อาบน้ำกัน แต่ก็น่ากลัวสำหรับคนที่ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เราก็อาบน้ำกันได้ทุกคน ? หลังจากที่เรานำสัมภาระไปเก็บที่แพแล้ว เราก็นั่งเรือไปอีกชั่วโมง เพื่อเดินทางไปเที่ยวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ซึ่งเป็นน้ำตก 7 ชั้น แต่ละชั้น สวยงามมาก แต่อุ๊เดินไปแค่ 2 ชั้น ก็หมดแรงแล้ว เพราะถ้าให้เดินไปชั้น 7 ระยะทางเกือบ 3 ก.ม. คงค่ำกันพอดี เจอชั้น 2 ก็สวยงาม และน้ำไม่ลึกมาก อุ๊กับเพื่อนๆ อีกหลายคน จึงเล่นน้ำกันที่นี่ สนุกกันพอแล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับแพตะวัน นั่งเรือแบบหนาวสะท้านกันทั่วหน้า เพราะตัวเปียกเจอลมเย็น อากาศหนาว สุดยอดอ่ะ… ไม่นานก็ถึงที่พัก อาบน้ำอาบท่ากันอีกที ก็ได้เวลาอาหารค่ำ มื้อนี้เป็นมื้อที่อร่อยมากๆ (เพราะความหิวรึป่าว ?) ไข่เจียวกับปลาทอด และอาหารทะเลปิ้งย่างสดๆ ถูกปากที่สู้ดดด… จากนั้นก็มีกิจกรรมสันทนาการด้วยดนตรี เสียงเพลง คาราโอเกะ และคาสิโน สนุกสนานรื่นเริงก็พอสมควร ถึงเวลานอนแล้ว โห…คืนนี้คลื่นลมแรง ราวกับฝนตก แพโคลงเคลง ได้อารมณ์ (เมาคลื่น) เป็นอย่างยิ่ง แต่เพราะความเหนื่อยก็หลับจนได้

 

วันที่ 3 ตื่นเช้าขึ้นมารับแสงตะวัน ณ กลางเขื่อนศรีนครินทร์ ช่างเป็นวันที่ดี และสดชื่นอีกวันหนึ่ง ตื่นมาก็จัดการอาบน้ำกันก่อน น้ำเย็นมาก อาบน้ำอย่างรวดเร็ว รีบแต่งตัว ทานอาหารเช้าและถ่ายรูปสวยๆ กัน  และก็ได้เวลาออกเดินทางไปเที่ยวต่อ เราก็เก็บสัมภาระ เพื่อเดินทางไปเที่ยวต่อ และแล้ว เราก็แวะที่ปราสาทเมืองสิงห์ก่อน  เรามารู้จักปราสาทเมืองสิงห์ คร่าวๆ ปราสาทเมืองสิงห์ เป็นเมืองโบราณ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อย ตำบลเมืองสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ปราสาทเมืองสิงห์ มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 – 19 ตัวเมืองมีกำแพง และคูน้ำล้อมรอบ เป็นรูปสี่เหลี่ยมอยู่หลายชั้น ตัวปราสาทเมืองสิงห์เป็นศาสนสถานตั้งอยู่กลางเมือง สร้างขึ้นตามแบบขอม และพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 500 ไร่ ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เป็นลักษณะของการวางทิศตัวอาคารในศิลปะขอม สร้างด้วยศิลาแลงบนฐาน รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 40 เมตร ยาวประมาณ 50 เมตร มีปรางค์ประธานตั้งอยู่ตรงกลาง มีระเบียงคดก่อด้วยศิลาแลง ล้อมรอบมีประตูซุ้ม ยอดเป็นปรางค์ทั้งสี่ด้าน ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปรางค์ประธานมีบรรณศาลาตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ตัวปราสาทมีกำแพงแก้วสร้างด้วยศิลาแลงล้อมรอบ จากการสันนิษฐานทางโบราณคดี และประวัติศาสตร์ พอเชื่อได้ว่า ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 16 – 18 เป็นระยะเวลาที่อาณาจักรทวาราวดีเสื่อมอำนาจลง ที่นี่ เรามีไกด์คอยอธิบายประวัติความเป็นมาอย่างคร่าวๆ เพราะเราใช้เวลาที่นี่แค่ 30 นาที ถ่ายรูปนิดหน่อย เพราะที่ต่อไปที่เราจะไปคือ … นั่งรถไฟสายมรณะ นั่นเอง…

และแล้วเราก็มาถึงท่ากิเลน รอรถไฟประมาณ 20 นาที เราก็ได้ขึ้นไปนั่งรถไฟสายมรณะ เป็นตู้พิเศษ เราทานอาหารกลางวัน เป็นข้าวกล่องในรถไฟด้วย   เรามารู้ประวัติทางรถไฟสายมรณะ กันหน่อย สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกรื้อทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้น เนื่องจากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้าง เป็นของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา ทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ ที่เส้นทางรถไฟจะลัดเลาะไปตามเชิงผาเลียบไปกับลำน้ำแควน้อย ปัจจุบันทางรถไฟสายนี้สุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกเป็นระยะทางประมาณ 77 กิโลเมตร จุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากคือช่วงสะพานข้ามแม่น้ำแคว และช่วงโค้งมรณะหรือถ้ำกระแซ ซึ่งเป็นสะพานโค้งเลียบแม่น้ำแควน้อยยาวประมาณ 400 เมตร ขอบอกว่าตื่นเต้นจริงๆ และเดินทางมาด้วยความปลอดภัย พร้อมประกาศนียบัตร 1 ใบ เป็นที่ระลึก

หลังจากนั้น เราก็เดินทางไปยังที่พัก คืนนี้เราจะพักที่ ริเวอร์แคว จังเกิ้ลราฟท์ รีสอร์ท อ.ไทรโยค การเดินทางตื่นเต้นอีกแล้ว เพราะทางชันมากจนรถทัวร์ไปไม่ได้ จึงจอดรถทัวร์ที่ท่าริโซเทล และนั่งเรือหางยาวล่องแม่น้ำแควไปประมาณ 15 นาที ก็ถึงที่พัก ที่นี่บรรยากาศดีมากจริงๆ สวยงาม เเวดล้อมด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติป่าเขา บรรยากาศโรเเมนติกของแสงตะเกียงยามค่ำคืนเพราะที่นี่ไม่มีไฟฟ้าใช้ในตอนกลางคืน เรามีแต่ตะเกียงเป็นแสงสว่างในคืนนี้ หลังจากเก็บสัมภาระ เราก็มีกิจกรรมวอล์ค แรลลี่ กัน ทำกิจกรรมเสร็จก็รับประทานอาหารค่ำ อาหารก็อร่อยดี และก็แยกย้ายกันกันทำกิจกรรมสันทนาการตามใจชอบ และเข้านอน คืนนี้อากาศหนาวเย็นกว่าเมื่อคืน นอนดีกว่า เจอกันพรุ่งนี้เช้า…

วันที่ 4 วันสุดท้ายที่เมืองกาญจน์ หลังจากรับประทานอาหารเช้า American breakfast ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ วิวสวยๆ ของแม่น้ำ ภูเขา หมอกบางๆ เราก็ต้องนั่งเรือกลับไปขึ้นรถทัวร์ เดินทางกลับภูเก็ตกันวันนี้ ก่อนออกจากเมืองกาญจน์ เราก็ไม่ลืมที่จะซื้อของฝากญาติพี่น้อง และเพื่อนๆ มีพวงกุญแจ และขนมต่างๆ  เช่น ทองม้วน วุ้นมะพร้าว หมี่กรอบ และผลไม้ตากแห้ง ของฝากขึ้นชื่อของที่นี่  จากนั้น ก็นั่งรถยาวไป 3-4 ชั่วโมง ก็แวะทานข้าวเที่ยงกันที่ หัวหิน เรายังโชคดีได้แวะเที่ยวเพลินวาน และตลาดน้ำสามพันนาม ถ่ายรูปสวยๆ และซื้อของฝากกันเหมือนเดิม กว่าจะได้ออกจากหัวหินก็ห้าโมงเย็น ได้ทานข้าวเย็นกันอีกทีที่สุราษฎร์ธานีตอนสามทุ่มครึ่ง หิวมากถึงมากที่สุด ขนาดทานขนมเรื่อยๆ นะเนี่ย ก็ยังไม่อิ่มเหมือนทานข้าว  อาหารที่ที่อร่อยที่สุด อาหารปักษ์ใต้ถูกปากที่สุด และก็ถึงภูเก็ตโดยสวัสดิภาพประมาณเกือบตีสอง

ทริปนี้ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจที่สุดสำหรับอุ๊ คือ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น เพราะสวยสมกับการเดินทางอันยาวนาน และเป็นความงามจากธรรมชาติจริงๆ หวังว่าเพื่อนๆ อ่านแล้วคงอยากจะไปลองประสบการณ์แปลกใหม่ที่นี่กันบ้าง แล้วอย่าลืมติดตามทริปหน้านะคะ หน้าหนาวแล้วก็ดูแลสุขภาพกันด้วย

สำหรับทัวร์ดีๆ แบบนี้ ก็ต้องขอขอบคุณทีมจัดหางานภูเก็ตทุกคนนะคะ ที่ได้ให้โอกาสได้ร่วมกิจกรรมสนุกๆ หวังว่าโอกาสหน้าคงได้เที่ยวด้วยกันแบบนี้อีกนะคะ แล้วเจอกันค่ะ

 

hua-hin_250x239

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s