เยือนเวียงจันทน์ ประเทศลาว


ทริปนี้รีวิวแบบคร่าวๆ นะคะ เพราะนานมาแล้ว จำเรื่องราวได้ไม่เยอะเท่าไหร่ อุ๊มีโอกาสเดินทางไปงานแต่งงานที่จังหวัดหนองบัวลำภูในเดือนกันยายน 2553 เลยถือโอกาสไปเที่ยวเวียงจันทร์ ประเทศลาว แบบไป-กลับด้วยค่ะ

เริ่มแรก ก็ติดต่อที่บริษัททัวร์ที่ริมฝั่งโขง จ.หนองคาย เพราะเราต้องข้ามแดนที่นี่ เราเช่ารถตู้พรอมคนขับ นำเที่ยวราคา 1500 บาท ค่ะ ตอนนั้นไปกันเกือบ 10 คน ก็เฉลี่ยกันคนละไม่กี่บาทค่ะ อันดับแรก ต้องทำบัตรผ่านด่าน Border pass หรือถ้ามีพาสปอร์ตแล้ว ก็ใช้ได้เลย วันนั้น ลืมพกมา เลยต้องเสียค่าทำบัตรผ่านด่านคนละ 150 บาท จากนั่นก็เข้าแถวที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง รอแสตมป์จากเจ้าหน้าที่ คนเยอะเหมือนกัน และต้องจ่ายค่าเหยียบแผ่นดินคนละ 60 บาท กว่าจะเสร็จขั้นตอนใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที เสร็จแล้วก็รอรถประจำทาง จ่ายค่ารถคนละ 40 บาท ซึ่งมีบริการ ทั้งไป-กลับ หนองคาย-เวียงจันทร์ วันละ 4 เที่ยว และ เวียงจันทร์-หนองคาย อีก 4 เที่ยว เวลา 7 โมงเช้า สิบโมงเช้า บ่ายสาม และ หกโมงเย็น

ด่านตม.

จากนั้นก็นั่งรถบัส ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวค่ะ ใช้เวลาเดนทางถึง 5 นาที ก็ถึงฝั่งลาว พอถึงฝั่งลาวเราก็เปลี่ยนไปนั่งรถตู้คันที่เช่ามาพร้อมคนขับรถ นำเราเที่ยวชมรอบเมืองเวียงจันทร์ค่ะ ระหว่างทางก็เห็นบรรยากาศแบบทุ่งนา วัว ควาย คล้ายๆ กับบ้านเรา บ้านเรือน ยังอยู่ห่างๆ กัน ที่แรกที่เราแวะ คือ ร้านทำเครื่องเงิน ขายของฝาก ของที่ระลึกก่อน ก็ได้แหวน เสื้อผ้า ของใช้เล็กๆ น้อยๆ ติดไม้ติดมือกันไปบ้าง ซื้อของเสร็จเราก็เดินทางต่อไม่นานก็ถึงเมืองหลวงเวียงจันทร์ ซึ่งเป็นเมืองไม่ใหญ่โตมาก ถ้ามีเวลาเต็มๆ สักวัน น่าจะเที่ยวในสถานที่สำคัญๆ ได้ทั่วหมด วันนี้ เรามีเวลาแค่ 4-5 ชั่วโมง ค่ะ

สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว

เราก็แวะพระธาตุหลวง  เราเข้าไปสักการะพระธาตุ ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง และเป็นสัญลักษณ์ของประเทศลาว อีกทั้งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนลาวด้วย มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมมาสถานที่แห่งนี้ หน้าวัด ก็จะมีแผงขายของเล็กๆ และ อุ๊ก็อยากจะปล่อยนกที่นี่ ซื้อมา 1 คู่ ราคา 100 บาท อธิษฐานเสร็จ ก็ปล่อยนก ปรากฏว่านกไม่บิน เพราะคนใจบาปตัดปีกนก นั่นเอง นึกแล้วเจ็บใจมาก ที่ถูกหลอกให้ซื้อนกไม่มีปีก แต่ก็คิดว่าไม่ใช่ความผิดของเรา ใครทำอะไรก็จะได้สิ่งนั้น ฉะนั้น ก่อนจะซื้อนก เช็คดูที่ตัวนกก่อนว่าสภาพ 100% รึป่าว หลังจาก เสียอารมณ์กับการปล่อยนก แล้ว ก็เดินทางต่อ

พระธาตุหลวง

 

ที่ต่อไปคือ ประตูชัย ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับพระธาตุหลวง ประตูชัยนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2512 เพื่อเป็นอนุสรณ์ ถึงประชาชนลาวที่เสียชีวิตในสงคราม ตัวประตูชัยสร้างจากปูนซีเมนต์ โดยได้รับแบบอย่างสถาปัตยกรรมจากฝรั่งเศส ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเสร็จ

ประตูชัย

 

เราก็ไปต่อกันที่หอพระแก้ว เมื่อก่อนเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต แต่ตอนนี้เหลือแต่แท่น เนื่องจากได้อัญเชิญพระแก้วมรกต มาประทับอยู่ที่วัดพระแก้วมรกตที่กรุงเทพฯ แต่ก็ยังมีผู้คนแวะเวียนกันมาเยี่ยมชมด้านในหอพระแก้วไม่ขาดสาย เนื่องจากยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้ได้ศึกษาอีกมากมาย มีค่าเข้าเยี่ยมชมคนละ 20 บาท ค่ะ ต่อมา เราก็ไปวัดซึ่งจำชื่อไม่ได้ แต่มีพระนางอะไรสักอย่างที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้คนจะไปสักการะที่นั่น ขอพรเรื่องโชคลาภและคู่ครอง เป็นต้น ได้เวลาเดินทางกลับหนองคาย ระหว่างทางแวะดิวตี้ฟรี ช้อปกันอีกสักพัก กลับถึงฝั่งไทยเที่ยวรถสุดท้ายหกโมงเย็น ถือว่าเป็นทริปวันเดียวที่คุ้มค่ากับเวลา และเงินเพียงคนละไม่กี่ร้อยจริงๆ

หอพระแก้ว

วัดแห่งหนึ่งในเวียงจันทน์

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s